วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

3 st recording,Monday,January 29,2018

เนื้อหาที่เรียน
ทบทวนเนื้อหาของสัปดาห์ที่แล้ว มีดังนี้
1.พัฒนาการ ตัวสะท้อนสิ่งที่เด็กทำได้ในแต่ละช่วงอายุ
2.ลักษณะของพัฒนาการเกิดขึ้นจากการทำงานของสมองที่เด็กได้รับการกระตุ้นจากการลงมือกระทำ
3.ความสนใจและความต้องการ เกิดขึ้นตามพัมนาการของเด็ก
4.การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เกิดการการที่เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ส่งไปยังสมองและถ่ายทอดออกมา และเมื่อเด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงนั่นหมายถึงเด้กได้เกิดการเรียนรู้ เช่น เมื่อเด็กไปเล่นกับแมวแล้วถูกแมวกัด พอเจอแมวอีกครั้งเด็กออกห่างจากแมว

 

อาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 5 คน แล้วให้เลือกหน่วยที่ต้องการ หลังจากนั้นอ.ให้ทำแผนผังความรู้ลงในแผ่นกระดาษ




กลุ่มที่1 ตัวเรา


กลุ่มที่2 ผีเสื้อแสนสวย


กลุ่มที่3แหล่งน้ำ


กลุ่มที่4 ยานพาหนะ


กลุ่มที่5 ของเล่นของใช้


กลุ่มที่6 ฝนจ๋า




vocabulary
mind mapping แผนผังความคิด
Butterfly ผีเสื้อ
toys ของเล่น
rain ฝน
brain สมอง

ทักษะที่ได้รับ 
-การเขียนแผนผังความรู้
-การเลือกหน่วยต่างๆ

การประยุกต์ ใช้เป็นแนวทางการจัดทำแผนการสอนในโรงเรียน

ประเมินตนเอง ตั้งใจช่วยเพื่อนในการหาหน่วยและหาข้อมุล
ประเมินอาจารย์ อาจารย์คอยแนะนำในการเขียนแผ่นชาร์ต 
ประเมินเพื่อน เพื่อนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำงานเป้นอย่างดี 

2 st recording,Monday,January22,2018

วันนี้เป็นการนำเสนองานที่ได้รับมอบหมายเป็นกลุ่มกลุ่มละ 3 คน จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่


กลุ่มที่1  คุณลักษณะตามวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ปีพุทธสักราช 2560 สำหรับเด้กอายุ 3-5 ปี


กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จำนวน 12 มาตรฐานประกอบด้วย
1.พัฒนาการด้านร่างกาย มี 2 มาตรฐานได้แก่
     มาตรฐานที่ 1 ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี
     มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์
2.พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ มี 3 มาตรฐานได้แก่
      มาตรฐานที่ 3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข
      มาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
      มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม
3. พัฒนาการด้านสังคม มี 3 มาตรฐานได้แก่
     มาตรฐานที่ 6 มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
     มาตรฐานที่ 7 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย
     มาตรฐานที่ 8 อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี ของสังคมในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น  ประมุข
4. พัฒนาการด้านสติปัญญา มี 4 มาตรฐานได้แก่
     มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
     มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้
     มาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
     มาตรฐานที่ 12 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหา ความรู้ได้เหมาะสมกับวัย

กลุ่มที่2  ความสนใจและความต้องการของเด็กปฐมวัย 
 ความต้องการของเด็กปฐมวัย
    1.ความต้องการทางด้านร่างกาย
    2.ความต้องการทางอารมณ์
    3.ความต้องการทางสังคม
    4.ความต้องการทางสติปัญญา

กลุ่มที่3  การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
    ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจท์  (Piaget)  ได้กล่าวถึง การเรียนรู้ของ

เด็กปฐมวัยว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงานของโครงสร้างทางปัญญา  (Schemata)  เป็นวิธีที่เด็กจะเริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งแวดล้อม    และสิ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการมี  2  อย่างคือ1.   การขยายโครงสร้าง (Assimilation)  คือ  การที่บุคคลได้รับประสบการณ์หรือรับรู้สิ่งใหม่เข้าไปผสมผสานกับความรู้เดิม2.      การปรับเข้าสู่โครงสร้าง (Accommodation)  คือการที่โครงสร้างทางปัญญาของบุคคลนำเอาความรู้ใหม่ที่ได้ปรับปรุงความคิดให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
    ไวกอสกี้  (Vygotsky, อ้างถึงใน Smith, 1997 : 25) กล่าวว่า เด็กจะเกิดการเรียนรู้ พัฒนาสติปัญญาและทัศนคติเมื่อมีการปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกับผู้อื่น  โดยที่การเรียนรู้ของเด็กจะเกิดขึ้นภายในการทำงานของ  Zone  of  proximal  development   ซึ่งเป็นสภาวะที่เด็กต้องเผชิญกับปัญหาที่ท้าทายแต่ไม่สามารถคิดแก้ปัญหาโดยลำพัง  แต่ถ้าได้รับการช่วยเหลือแนะนำจากผู้ใหญ่หรือเพื่อนที่มีประสบการณ์มาก่อน  เด็กจะสามารถแก้ปัญหานั้นและจะเกิดการเรียนรู้ได้

กลุ่มที่4  การสอนแบบโครงการ

    

  วิธีจัดการเรียนการสอนมี 4 ระยะ คือ 
ระยะที่ 1 เริ่มต้นโครงการ เด็กจะร่วมกันคิดเรื่องที่สนใจ 
ระยะที่ 2 ระยะวางแผนโครงการ เป็นช่วงเวลาที่กำหนดจุดประสงค์ว่าต้องการเรียนรู้อะไร กำหนดขอบเขตเนื้อหา ระยะเวลาและวิธีการศึกษา 
ระยะที่ 3 ดำเนินโครงการตามที่กำหนดไว้ ที่เน้นระบวนการแก้ปัญหา จัดเป็นหัวใจของการสอนแบบโครงการ เพราะเด็กจะได้รับข้อมูลใหม่จากประสบการณ์ตรงหรือเป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานเพราะเด็กได้สนทนา พูดคุยกับบุคคล และสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ ขณะเดียวกันเด็กสามารถค้นความรู้จากแหล่งข้อมูลรอง (Secondary Sources) เช่น การดูวีดีทัศน์ การอ่านหนังสือ เป็นต้น 
ระยะที่ 4 สรุปโครงการ ครูและเด็กร่วมวางแผนสรุปโครงการ เป็นขั้นตอนการประเมินโครงการ ทบทวนการปฏิบัติ และวางแผนโครงการใหม่ วิธีการสรุปโครงการอาจจะให้เด็กนำผลงานที่ได้รับมอบหมายมาแสดงต่อครูแล้วอภิปรายประเด็นปัญหา หรือให้เด็กนำเสนอผลงาน ในรูปของการจัดแสดง จัดเป็นนิทรรศการ หรือสาธิตผลงาน

Vocabulary

muscle กล้ามเนื้อ
Life skills ทักษะชีวิต
intelligence สติปัญญา
Culture วัฒนาธรรม
Emotion อารมณ์

การประยุกต์ ใช้เป็นแนวทางในการสอน

ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียนดีตั้งใจพรีเซ้นงานค่ะแต่งานที่ทำออกมายังไม่ค่อยตรงประเด้นเท่าที่ควร
ประเมินเพื่อน เพื่ีอนตั้งใจนำเสนอผลงานและตั้งใจฟังเมื่อเพื่อนออกไปนำเสนอค่ะ
ประเมินอาจารย์ อ.คอนแนะนำการหาข้อมูลต่างๆและแนะนำเนื้อหาเพิ่มเติมทำให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

1st recording,Monday,January 15,2018

ความรู้ที่ได้รับ
วันแรกของการเรียนการสอนอ.ได้แนะแนวการสอนวิชา การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางการศึกษาปฐมวัย
เนื้อหาที่เรียน
1. EF คือการทำงานของสมองส่วนหน้า
2. การเรียนการสอนแบบบูรณาการเป้นการสอน 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กลางแจ้ง เคลื่อนไหว เสริมประสบการณ์/วงกลม ศิลปะสร้างสรรค์  เล่นตามมุม/เสรี เกมการศึกษา
3.การสอนแบบ STEM
     S = Science
     T = Technology
     E = Engineering
     M = Math 
4.การสอนแบบต่างๆ
-ไฮสโคป
-วอดอร์ฟ
-ภาษาธรรมชาติ
-มอนเตสเซอร์รี่
-โปรเจค
      เทคนิคการสงบเด็กด้วยการร้องเพลงมี2ประเภทคือ การร้องเพลงสงบเด็กโดยตรงและการสงบเด็กแบบประยุกต์
    1.เพลงสงบเด็กโดยตรง
-กำมือซ้าย กำมือขวา ชูขึ้นมา วางตรงนี้แหละ(วางตรงอวัยวะต่างๆ) ซ้ำ กำมือซ้าย กำมือขวาขึ้ขึ้นมาแล้ววางบนตัก 
-ตบมือแปะๆ เรียนแพะเข้ามา แพะไม่มาเอามือปิดปากรูดซิป
    2.เพลงสงบเด็กแบบประยุกต์
-เส้นหมี่ๆๆซาลาเปาๆๆหมูสับๆๆแล้วก้ข้าวต้มมัดฮึบ
-ฝนตกพรำๆ แม่ดำกลางร่ม เธอเดินก้มๆ อยู่ข้างกำแพง พอเดี๋ยวแดดออกไปบอกพ่อแดง เธอไม่มีแรงหุบร่มให้ที 
         เทคนิคการสงบเด็กด้วยคำคล้องจอง
- 1 2 มือตีกลองตะล๊อกต๊อกแต๊ก 3 4 ดูให้ดี 5 6 ส่องกระจก 7 8 ถือปืนแฝดยิงปัง ปัง ปัง 9 10 กินกล้วยดิบปวดท้องร้องโอ้ย

5.อาจารย์ให้นักศึกษาต่อคำเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย เช่น
one หนึ่ง ผึ้ง bee tea น้ำชา ม้า horse กอด hug รัก love verb กริยา ปลา fish คิด think pink ชมพู  งู snake leg  ขา  หมา dog  frog  กบ จบ finish   ครู teacher เจอ meet   beef  เนื้อ เสือ tiger  leader ผู้นำ  จำ memory  infinity  ไม่มีที่สิ้นสุด foot เท้า ข้าว rice  night กลางคืน  ตื่น wake up

ทักษะที่ได้รับ
-เทคนิคการสงบเด้กในแบบต่าง
-รูปแบบการสอนแบบต่างๆ

การประยุต์
นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวัน

การประเมิน
ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียนค่ะ
ประเมินเพื่อน เพื่อนตั้งใจตอบคำถาม
ประเมินอาจารย์ อ.คอยสอดแทรกเทคนิคต่างๆในการสอนให้นักศึกษาเสมอ แต่งกายสุภาพ ตรงต่อเวลา
บรรยากาศภายในห้องมีความสนุกสนานค่ะ